อัพเดทข้อมูล..

ปรับข้อมูลสมาชิก..

อัพโหลดรูปภาพ..
0%

Neocell
Neocell Glow Matri Advanced Skin Hydrator 90 Capsules

1,800 ฿ 1,590 ฿ 12% OFF
อาหารเสริมสูตรลดริ้วรอยแบบลึก ชลอแก่ ที่ได้รับรางวัลปีล่าสุดจากนิตยสารชั้นนำจากสหรัฐ ปีล่าสุด (2015) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิว มีสารต้านอนุมูลอิสระ สำหรับผิวแบบครบเครื่อง อุดมด้วยสาร Ceramosides สิทธิบัตรจาก Neocell Company และส่วนผสม Water Coconut Powderเพิ่มความยืดหยุ่น เติมเต็มร่องลึกของริ้วรอย ตัวนี้สเปคนี่ Neocell การันตีไว้ข้างกระปุกเลยว่าเห็นผลเรื่องการลดริ้วรอย ชลอความแก่ได้ใน 15 วัน อีกทั้งส่วนผสมที่อยู่ใน Glow Matrix ยังช่วยเรื่องปกป้องแสง UV ที่มาทำลายเวลล์ผิว รวมถึงแก้ปัญหา ฝ้า กระ สิว และความหมองคล้ำ และเซลล์ผิวที่เหี่ยวแห้ง เกินวัย ช่วยเรื่องบำรุงสายตา เพราะปัจจุบันคนทั่วโลกมีชีวิตกับการใช้สายตามามายกับเทคโนโลยีเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์โดยไม่รู้ตัว ส่วนผสมที่ใช้ วิตามิน A, Lutein, และ Astaxanthin เป็นองค์ประกอบ ทำให้ผลิตภัณฑ์ Glow Matrix ตอบโจทย์ได้ทุกเรื่องราวกับความสวยความงามและสุขภาพอย่างแท้จริง

Glow Matrix Advanced Skin Hydrator มีองค์ประกอบของวิตามินที่สำคัญและสารอาหารที่ดูแลิว ตัวทีเด็คงหนีไม่พ้น Ceramosides สิทธิบัตรที่ไม่มีใครเหมือน โดยอาจกล่าวอ้างอิงได้ว่า ผิวที่เริ่มมีอายุ ปริมาณของเซราไมด์ (Ceramide) ใต้ผิว จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลจากการวิจัยของ A.V.Rawlings et al. ชื่อการวิจัย Biocosmetics-Skin aging บนวารสารวิทยาศาสตร์ IFSCC ฉบับ 1/31-45 (1993) พบว่า ระดับ Ceramide ใต้ผิวของแต่ละช่วงอายุจะเปลี่ยนแปลงไปดังนี้

ผิวมือ:
  • อายุ 1-30 ปี จะมีระดับเซราไมด์ 100%
  • อายุ 31-40 ปี จะมีระดับเซราไมด์เหลือ 78%
  • อายุ 41 ปีขึ้นไป จะมีระดับเซราไมด์เหลือ 63%

ผิวหน้า:
  • อายุ 1-30 ปี จะมีระดับเซราไมด์ 100%
  • อายุ 31-40 ปี จะมีระดับเซราไมด์เหลือ 62%
  • อายุ 41 ปีขึ้นไป จะมีระดับเซราไมด์เหลือ 37%

ตัวอย่างอาการเมื่อผิวขาดเซราไมด์
skin barrier หรือชั้นปกป้องผิว ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยชั้นปกป้องผิวนี้ จะป้องกันไม่ให้ผิวชั้นในสัมผัสที่สารก่อการระคายเคือง ก่อภูมิแพ้ รวมถึงแสง UV

จากผลการทดลองชื่อ “Changes in the Ceramide Profile of Atopic Dermatitis Patients” บนวารสาร [Journal of Investigative Dermatology (2010) 130, 2511–2514; doi:10.1038/jid.2010.161; published online 24 June 2010] ยืนยันว่า การลดลงของเซราไมด์ ของผิว มีความสัมพันธ์ต่อการระคายเคืองผิว และการเกิดผื่นแพ้ หรือผื่นแดงบนผิว ซึ่งผิวที่ขาดเซราไมด์ จะอ่อนแอ และเกิดการแพ้ได้ง่าย

เซราไมด์ (Ceramide) เซราไมด์ (Ceramide) เป็นสารจำพวกไขมัน หรือ ไลปิดชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า สฟิงโกไลปิด (Sphingolipid) โดยเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ (Cell Membrane) ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องเซลล์จากสิ่งแปลกปลอมภายนอก เซราไมด์ ถูกพบได้ที่ผิวชั้นบน ของหนังกำพร้า (Epidermis) โดยสร้างขึ้นภายในเซลล์ผิว (Keratinocyes) และปล่อยออกมาเมื่อเซลล์ผิวเคลื่อนที่สู่ผิวชั้นบน เซราไมด์ จึงเป็นสารตามธรรมชาติที่แทรกอยู่ระหว่างเคราติน (Keratin) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของผิวชั้นบนสุด เซราไมด์ เชื่อมเคราตินให้เรียงตัวกันเป็นระเบียบ ส่งผลให้ผิวทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการสูญเสียน้ำของผิว เมื่อผิวขาด เซราไมด์ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวแห้งกร้าน ผิวพรรณไม่สดใส

หน้าที่ของ เซราไมด์ (Ceramide)
  • เป็นตัวเชื่อมให้เคราตินซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของผิวชั้นบนสุด ให้เรียงตัวกันอย่างมีระเบียบ
  • ช่วยให้ผิวแข็งแรง ปกป้องผิว และร่างกายจากการคุกคามของเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม
  • ลดการสูญเสียน้ำของผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง ช่วยลดการสูญเสียการอุ้มน้ำตามธรรมชาติ (Natural Moisturizing Factor)
  • ลดการสังเคราะห์เมลานิน หรือ เม็ดสีผิว ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น

อาการผิวแห้งเสียเพราะขาด เซราไมด์ (Ceramide) เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม มีผิวแห้งแต่กำเนิด
  • การที่มีอายุมากขึ้น ฮอร์โมนลดลงจึงเป็นธรรมดาที่เซลล์ผิวจะทำงานและผลิตเซราไมด์ ได้น้อยลง
  • ปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด ความเครียด ก็เป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญในการทำให้เซลล์ผิวทำงาน และสร้างเซราไมด์ ได้ลดลง
  • การลดลงของระดับ เซราไมด์ ในผิวยังพบได้ในผู้ป่วยโรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) โรคผื่นแพ้จากการสัมผัส (Contact Dermatitis) โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นต้น

ผลเสียของการขาด เซราไมด์ (Ceramide)
  • ทำให้เคราตินเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ
  • ทำให้ผิวอ่อนแอ เกิดอาการแพ้ และติดเชื้อได้ง่าย
  • ทำให้ผิวแห้งตึง แตกลาย ไม่สดใส
  • ทำให้ผิวมีริ้วรอย ร่องลึก

เซ ราไมด์ (Ceramide) มีอยู่ทั่วไปในอาหารหลายชนิด และมีมากในอาหารจำพวกข้าว อย่างไรก็ตามการรับประทานข้าวในปริมาณมากๆ อาจทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็น ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ดังนั้น การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มี เซราไมด์ เป็นส่วนประกอบโดยตรงจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

การศึกษาวิจัย คัทซึเอะ อิโมโตะ (Katsue Imoto) ประธานกรรมการ มารูเซน ฟาร์มาซูติคอล เผยว่าจากการศึกษาของมารูเซน พบว่า ในประเทศไทย มีเส้นใยของเนื้อสับปะรดติดเปลือกที่เหลือจากโรงงานของ บริษัท ทิปโก้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นั้น มีสารสำคัญชื่อ “เซราไมด์” ในปริมาณที่มากกว่าสับปะรดจากฟิลิปปินส์ 3-5 เท่า ซึ่งจากการวิจัยพบว่าเซราไมด์มีคุณสมบัติเหมือนสารปกป้องผิวตามธรรมชาติ ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และทำให้ผิวกระจ่างใส

สกัดเซราไมด์ ได้จากวัตถุดิบหลายชนิด อาทิ ข้าว นม และหัวบุก ซึ่ง อิโมโตะ เผยระหว่างเปิดให้เยี่ยมชมโรงงานที่ญี่ปุ่นว่า ก่อนหน้านี้มีบริษัทเครื่องสำอางชื่อดังของญี่ปุ่นโปรโมทคุณสมบัติเซราไมด์ ที่สกัดจากหัวบุกว่าช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว แต่จากการศึกษาของมารูเซน พบว่า เซราไมด์จากสับปะรด นอกจากให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวแล้วยังให้ความกระจ่างใสด้วย โดยได้ทดลองให้อาสาสมัครกินสารสกัดในรูปเม็ดวันละ 1 เม็ดติดต่อกัน 3 สัปดาห์ และพบว่าทำให้ผิวกระจ่างใสอย่างชัดเจน

วิธีใช้

รับประทาน Neocell Glow Matri Advanced Skin Hydrator วันละ 3 เม็ด
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
เลือกซื้อ
หยิบใส่รถเข็น